วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

(ชีวประวัติ) "ทรายเม็ดหนึ่ง" ตอน...สภาพข้างบ้านเกิด


สภาพข้างบ้านเกิด


ยังจำได้ติดตาติดใจในภาพบ้านเรือนและสภาพของสิ่งต่างๆ รอบบ้านเรือน
บริเวณบ้านตั้งอยู่ท่ามกลางพืชพันธุ์ในสวนร้างของคนจีนที่ขายที่ดินให้รวมประมาณ ๕๐ ไร่
ลุงมะลิ มุ้ยมี  ซื้อที่ดินทิศใต้  เนื้อที่ ๒๘ ไร่   พ่อซื้อที่ดินตรงกลางเนื้อที่ ๗ ไร่
ผู้ใหญ่ไพ่ อยู่อินทร์  ซื้อที่ดินทางทิศเหนือ ๑๕ ไร่   ต่อไปทางใต้สุดเนื้อที่นา  ๑๑ ไร่ ของยายยกให้แม่ข้าพเจ้า ยกให้ลุงไพ่  ๑๑  ไร่

บริเวณที่ มีพืชพันธ์ุต่างๆ  ขนุน, ฝรั่ง, มะกรูด, ขี้เหล็ก, ต้นปีบ, ต้นแจง, ต้นไผ่, มะขาม, มะขามเทศ, สะเดา, จัน, พุทรา, ละมุด,  มีกระทั่งต้นหว้า ส้มเสื้ยว ตะคร้อ ต้นทองหลาง ต้นทองกวาว ดอกแดงเหลืองอร่าม  ข้าพเจ้ารู้จักต้นไม้ต่างๆ มาแต่เด็กจนทั่วต้นไม้บริเวณนั้น

ทางทิศตะวันตกของบ้าน  มีทุ่งนา เรียกว่าทุ่งมดตะน้อย  เพราะมดตะน้อยชุม   มองจากหน้าบ้านฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น  เห็นต้นไม้รำไร  ในท้องทุ่งนาหน้าฝนเขียวชอุ่มด้วยต้นข้าว  มีน้ำขังเจิ่งนอง  มีฝูงปลาชุกชุม บางทีมันว่ายน้ำเข้ามาถึงหน้าบ้าน  แม่เคยไปตกปลา  ไม่นานก็ได้ปลาหมอมาแกงกิน  มีผักบุ้ง  ผักกะเฉด อยู่ในนา  หน้าแล้งท้องทุ่งเหลืองอร่ามด้วยรวงข้าวสุก

ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านมีป่าละเมาะเรียกว่า  ไร่โรงหีบ  เคยเป็นโรงหีบอ้อยของเถ้าแก่คนจีน  ปลูกอ้อยเต็มพื้นที่ประมาณสัก ๒๐๐ ไร่  ต่อมาโรงหีบเลิกไป  มีแย้ ข้าพเจ้าเคยตามแม่ไปดักแย้ด้วย เคยไปปักครืนดักไก่ป่า  ละเมาะแห่งนี้  เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ในความรู้สึกสมัยเป็นเด็ก

ระหว่างบ้านกับป่าแห่งนี้มีถนนรถยนต์แล่นผ่านไปตลาดเกาะแรด  อำเภอบางเลน  เป็นถนนรถยนต์เอกชนของ หลวงวิจิตรพานิชการ ผ่านที่ดินหน้าบ้านไป  เขาจึงให้พ่อนั่งรถยนต์ฟรี
หลวงวิจิตรพานิชการ  เป็นพ่อค้าคนจีนไม่ใช่คนไทย   แต่มีตำแหน่งเป็นกรมการเมืองพิเศษ เรียกว่าเป็นหัวหน้าคนจีนในเมืองนครปฐม  เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ท่านตั้งให้เป็นหลวงวิจิตรพานิชการ  คนทั้งหลายเรียกว่า คุณหลวง



วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

(ชีวประวัติ) "ทรายเม็ดหนึ่ง" ตอน...ชีวิตวัยเด็กบ้านนอก


ชีวิตวัยเด็กบ้านนอก


เป็นชีวิตเหมือนฝัน เป็นชีวิตที่รื่นรมย์ เป็นชีวิตที่ไม่มีความทุกข์ร้อน นอกจากที่โดนพ่อเฆี่ยนเอา  เฆี่ยนด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ แต่ถูกเฆี่ยนบ่อย  เฆี่ยนแล้วแม่จับไปอาบน้ำให้ เอาขมิ้นผงมาทาแผลผื่นแดงๆ ประคบและดินสอพองทาให้  แต่ตอนพ่อตีแม่ก็ไม่ห้าม

ชีวิตวันๆหนึ่ง ก็เล่นสนุกเพลิดเพลินไป
เรื่องที่เล่นคือเล่นฝน  เวลาฝนตกชอบออกไปตากฝน เล่นโคลน ที่น้ำฝนไหลจนดินกลายเป็นโคลน  
เล่นขายของกับเพื่อนเด็ก ลูกสาวพี่ปลดชื่อ เด็กหญิงปลิด เด็กหญิงเปลื้อง เล่นตั้งครอบครัวกันขายของกัน
เล่นเขียนหนังสือตามแผ่นดิน เป็นรูปต่างๆ สุดแล้วแต่จะเขียนได้ ชอบเขียนแผ่นดินมากที่สุด
ออกไปตกเบ็ดกับแม่ที่ทุ่งนา มีปลาหมอ ปลาช่อน  ไปปลูกข้าวโพดกับแม่ ไปดับแย้กับแม่ ไปหาหน่อไม้ที่ชายไร่นา ไปรับจ้างเขาเลี้ยงลูก ชื่อ เด็กชายช้อน ลูกพี่หมด  ได้ค่าจ้างเป็นกางเกงแพรเล็กๆ ๑ ตัว
สนุกสนานเพลิดเพลินไปวันๆ  ไม่รู้วันรู้คืน ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้เดือนรู้ปี ชีวิตเหมือนอยู่ในโลกของความฝัน
วันหนึ่งเล่นโคลนเวลาฝนตก ถือมีดปลายแหลมไว้มือหนึ่ง เกิดลื่นหกล้มลง มีดปลายแหลมทิ่มคอหอย แต่เลือดไม่ออก จึงขึ้นไปนั่งล้างโคลน พ่อเห็นเข้าจึงรู้ว่ามีดทิ่มคอเป็นแผล
วันหนึ่งเล่นขวานถากไม้ ถากขอนไม้เล่น ขวานเหวี่ยงเอานิ้วเท้าเป็นแผล เลือดไหลไม่หยุด แม่ร้องเสียงลั่นบ้าน  ชาวนาข้างบ้านต้องวิ่งมาคัดเลือดให้
คืนหนึ่งนอนละเมอ ลุกขึ้นมาจับแมวตัวหนึ่ง เดินข้ามพ่อ ซึ่งนอนอยู่ห่างสักหน่อย   พ่อเอะใจ  ลุกขึ้นมาจับแขนคว้าไว้ได้ ไม่ตกเรือนลงมาคอหักตาย
คืนหนึ่งฝันว่าตกเหวลงไป จึงร้องเอะอะขึ้นมา  ปรากฎว่า ตัวลงไปโหนร่องแร่งอยู่  มือยังจับกระดานเรือนไว้ได้  พ่อต้องไปรับมาขึ้นเรือน  พ่อไม่เชื่อว่าละเมอ หาว่าเราแกล้งห้อยโหนลงไปเล่น
คราวหนึ่งไปหาหน่อไม้ในชายป่า พบมีดมีสีแดงเกรอะกรังอยู่ นึกว่าเปื้อนเลือด จึงมาหาพ่อว่ามีดเปื้อนเลือด  พ่อไปดูก็บอกว่าสนิมมีดสีแดง ไม่ใช่เลือดคน

ต่อมาพ่อก็สอนหนังสือ ก.ขอ ก.กา ให้  จึงเริ่มเรียนหนังสือจากพ่อ พออ่านตัว ก. ถึง ฮ. ได้ กับผสมคำได้เล็กน้อย

ข้าพเจ้าเป็นลูกชายคนเดียว แม่จึงรักมากกว่าคนอื่นๆ  แม่ไม่เคยดุไม่เคยตีเลย  ไปไหนก็เอาติดก้นไปด้วยเสมอ  ข้าพเจ้าจึงกลายเป็นเด็กติดแม่มาก
คราวหนึ่งแม่เดินทางข้ามทุ่งน้อยไปเยี่ยมย่าที่นครไชยศรี  เดินไปด้วยเท้าเปล่า ข้ามทุ่งนาที่มีต้นโตนดมาก มีงูตัวหนึ่งเลื้อยผ่านหน้า แม่ก็รีบไปเดินหน้า  ถือเคล็ดว่างูเดินผ่านหน้าไม่ดี  พอถึงบ้านย่า หมาไล่กัดแม่จนมีแผลเหวอะหวะ แม่รับเคราะห์แทนไปในคราวนั้น
ขากลับบ้าน เจอเกวียนวัว  วัววิ่งตื่น เกวียนแทบจะแล่นทับแม่ทั้งตัว แต่วิ่งหนีพ้นมาได้  คราวนั้นเป็นเรื่องที่จำไม่ลืมเลย

ระหว่างนอนค้างบ้านย่า  ข้าพเจ้านอนกลาง ย่านอนข้างขวา แม่่นอนข้างซ้าย  ข้าพเจ้ามีนิสัยชอบจับนมแม่  ชอบคลำหัวนมแม่จนติดนิสัย ตื่นขึ้นมาคว้านมแม่มาคลำ แต่แปลกใจว่านมแม่ทำไม่เหี่ยวมาก  ลืมตาขึ้นมาดู ปรากฏว่ากลายเป็นนมย่า   ขณะนั้นย่าอายุ ๖๓ ปีแล้ว 

  



                           (โปรดติดตามตอนต่อไป)

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

พ่อคุณตาเอื่ยม อยู่อินทร์


พ่อคุณตาเอี่ยม อยู่อินทร์

        ข้าพเจ้าเป็นคนโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง  คือ เกิดมาได้เห็นหน้าคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ครบทั้ง ๔ คน  ซึ่งคนอีกจำนวนมาก เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าปู่ย่าตายาย เพราะท่านตายไปเสียก่อนเกิด  แต่ข้าพเจ้าเกิดมาได้เห็นหน้าปู่ย่าตายายครบทั้ง ๔ คน เพราะท่านค่อนข้างอายุยืน

     ตาชื่อเอื่ยม อยู่อินทร์  เกิดพ.ศ. ๒๓๙๖  ตรงกับปีประสูติของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับเลือกต้ังเป็นผู้ใหญ่บ้าน  ท่านสืบเชื้่อสายยมาจากคนจีน ก๋งท่านเป็นคนจีน มาจากเมืองจีน  ชื่อเจ๊กหมู แซ่เหลา ท่านมีลูกชายชื่อ จีนสร้อย แซ่เหลา ท่านจึงเป็นหลานจีน แต่ผิวดำคล้ำ  เพราะมารดาของท่านเป็นคนไทยผิวดำคล้ำ ท่านมีนิสัยขยันขันแข็งจึงสร้างตัวสร้างตนได้  เป็นคนมีอันจะกินในตำบลตาก้อง  มีคนนับหน้าถือตา   จึงได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔  บ้านเด่นตาเอี่ยม  คำว่าบ้านเด่นตาเอี่ยม  คือคำเรียกชื่อบ้านตามชื่อของท่านนั้นเอง 
      ท่านได้เอาเงิน ๑ ชั่ง  ๘๐ บาท ไปไถ่ตัวนางสาวอิน แซ่โหงวมาเป็นภรรยา จนมีบุตรด้วยกัน ๙ คน ผู้ชาย ๓ คน  ผู้หญิง ๖ คน  พวกหลานๆ เรียกท่านว่า "พ่อคุณตา"  ตามธรรมเนียมบ้านตาก้อง  เรียกตาว่า พ่อคุณตา  เรียกยายว่า แม่คุณยาย  เรียกสั้นๆว่า  พ่อคุณ แม่คุณ   พ่อคุณตาเอี่ยมมีอายุยืนต่อมาจนแก่ชรา  เคยไปเยี่ยมที่บ้านข้าพเจ้าเสมอๆ  ต่อมา  พ.ศ. ๒๔๗๒  ท่านก็ถึงแก่กาลดับขันธ์ คือ ขันธ์ ๕  แตกดับตามคำพระว่า  "ปัญจักขันธา ภารา หะเว" (ขันธ์ห้านี้เป็นภาระอันหนัก)  จึงต้องถึงกาละแตกดับลงคือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม  วิญญาณธาตุ ถึงเวลาแตกดับแยกย้ายไปรวมธาตุเดิมของมัน เจ้าของร่างกายแตกดับ หรือ ดับขันธ์  
     
     ท่านดับขันธ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒  อายุได้ ๗๖ ปี  ศพของท่านบรรดาลูกๆได้ทำเมรุจำลองขึ้นเผาข้างบ้าน ในที่นาของท่าน   ซึ่งมีบริเวณกว้างขวาง  ๒๐ ไร่  บรรดาลูกๆ ของ่ท่านปลูกเรือนฝากระดานยอดแหลมคนละหลัง  อยู่เป็นหมู่บ้านในบริเวณเดียวกัน รวม ๕ หลัง คือ บ้านผู้ใหญ่เขียว อยู่อินทร์  บ้านนางไผ่ ใจดี บ้านนางชื่น อยู่อินทร์ บ้านนางเอี่ยม ปั้นอินทร์   ที่แยกออกไปอยู่ไกลออกไป ๒ หลัง  คือ บ้านผู้ใหญ่ไพ่ อยู่อินทร์ และบ้านนางถม ศรีธนทิพย์  ไปซื้อที่ไร่คนจึนอยู่ริมทุ่งมดตะน้อย ไกลออกไปประมาณ ๒ เส้น   ข้าพเจ้ายังจำหน้าคุณตาหรือพ่อคุณตาเอี่ยม  อยู่อินทร์ได้ติดตา  ท่านเป็นคนอ้วนใหญ่  ผิวคล้ำ หน้าตาเป็นคนแก่ใจดี  มีเมตตากรุณาแก่ลูกหลาน


                            
                                      (โปรดติดตามตอนต่อไป)